ฟุตบอล

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ว่าที่กัปตันชุดประวัติศาสตร์ของหงส์แดง

สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษฤดูกาล 2019-2020 นี้ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องไวรัส โควิด-19 เล่นงานจนต้องหยุดพักไป และยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อ มีทั้งกระแสให้จบไปเลยโดยให้โดยยกถ้วยให้กับทีมที่นำจ่าฝูงอยู่ อย่างลิเวอร์พูลไปเลย หรือกลับมาแข่งต่อหลักเรื่องราวไวรัสคลี่คลายไปได้ แต่ไม่ว่าจะทางไหน ตำแหน่งแชมป์ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนมืออย่างแน่นอน เพราะลิเวอร์พูลต้องการอีกเพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้นจากโปรแกรม 10 นัดที่เหลือ นั่นเท่ากับว่าช่วงเวลาอันยาวนานแห่งการรอคอยแชมป์ลีกของพลพรรคหงส์แดงกำลังจะสิ้นสุดลง และชายผู้ที่จะนำทีมขึ้นรับถ้วยประวัติศาสตร์ใบนี้ คือกัปตันเฮนโด้ จอร์แดน เฮนเดอร์สันนั่นเอง แต่กว่าที่เขาจะมายืนในจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

จอร์แดน เฮนเดอร์สันเริ่มต้นเส้นทางการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขา ในอคาเดมี่ของทีมซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2011 ด้วยค่าตัวสูงถึง 20 ล้านปอนด์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่ามันเป็นจำนวนเงินที่มากเกินไป สำหรับฝีเท้าอย่างเขา และการเข้ามาเป็นเพียงแค่อะไหล่ของกัปตันทีมในช่วงนั้นอย่างสตีเว่น เจอร์ราร์ด และสไตล์การเล่นของเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีการจ่ายบอลที่แม่นยำ ไม่มีลูกคิลเลอร์พาส หรือการยิงไกลได้เป็นกอบเป็นกำแบบที่เจอร์ราร์ดมี ทำให้เสียงดูถูกดูแคลนในตัวเขายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกัปตันสตีวี่ถึงเวลาต้องอำลาทีมไป แล้วเขาต้องรับช่วงต่อปลอกแขนจากเจอร์ราร์ด ความกดดันและเสียงวิจารณ์ในตัวเขายิ่งมากขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การยอมแพ้ต่อสิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่การออกมาแสดงความน้อยใจ ไม่ใช่การออกมาทะเลาะกับผู้คนที่วิจารณ์เขาให้แฟน ๆ เกลียด แต่สิ่งที่เขาทำคือการก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อม พัฒนาตัวเอง และใส่ความทุ่มเทเต็มร้อยทุกครั้งที่ได้ลงสนาม จนตอนนี้ทุกคนต่างยอมรับในตัวเขา รวมทั้งในทีมชุดปัจจุบัน เกมอันดุดันของลิเวอร์พูลก็ขาดเขาไปไม่ได้แล้วเช่นกัน

ลิเวอร์พูลรอถ้วยแชมป์ลีกภายในประเทศ ถ้านับรวมฤดูกาลนี้แล้วก็ 30 ปีเต็ม ๆ ตลอดช่วงเวลามีกัปตันทีมที่เป็นผู้เล่นระดับตำนานมาแล้วหลายต่อหลายคน ทั้งพอล อินซ์, เจมี่ เรดแนปป์, ซามี่ ฮูเปีย, และสตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ยังไม่มีใครสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางที่ฝันได้ แต่ฤดูกาลนี้กัปตันเฮนโด้กำลังจะทำมันได้สำเร็จ มันเป็นการการันตีความสามารถของเขา ต่อคำสบประมาทได้ดีกว่าการถกเถียงกันด้วยคำพูดมากนัก และเขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำทีมขึ้นไปชูถ้วยแห่งประวัติศาสตร์นี้อย่างเต็มภาคภูมิ

ถ้าไม่มีสถานการณ์ที่เลวร้ายจนเกินความคาดหมาย ยังไงแชมป์พรีเมียร์ ลีกเป็นของลิเวอร์พูลและเฮนเดอร์สันแน่นอน แต่ถ้าจะให้ดีก็ขอสวดภาวนาให้สถานการณ์เลวร้ายสิ้นสุดลง และกลับมาแข่งขันต่อให้จบฤดูกาลได้ เพื่อให้การชูถ้วยแห่งประวัติศาสตร์นี้ ได้ชูขึ้นท่ามกลางเหล่าแฟนบอล ที่อยู่เคียงข้างทีมมาอย่างยาวนาน และให้สมกับความทุ่มเท ต่อสู้ของเหล่านักเตะ และทีมงาน ที่สำคัญให้สมเกียรติของยอดกัปตันอย่างจอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั่นเอง

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/sport/eurofootball/premiereleague/1450956

Tagged , ,