ส่องกล้องมองนักเตะใหม่ในพรีเมียร์ลีก

บทสรุปในการดำเนินนโยบายเสริมทัพของทีมต่าง ๆ บนเวทีพรีเมียร์ลีกค่อนข้างชัดเจนแล้ว ตลาดซื้อขายนักเตะกำลังจะปิดลงในวันที่ 8 สิงหาคม 2019 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บรรดาทีมน้อยใหญ่ต่างเสริมทัพกันอุตลุต หลายทีมได้ตัวนักเตะสุดเซอร์ไพรส์ บางทีมทุ่มทุนไปเกิน 100 ล้านปอนด์แล้ว วันนี้เราจึงอาสาพาไปส่องกล้องมองนักเตะหน้าใหม่ที่เข้ามาเป็นสมาชิกของลีกฟุตบอลอังกฤษก่อนที่ทุกคนจะได้ประจักษ์ในฝีเท้าว่าบรรดาแข้งใหม่เหล่านี้จะทำให้พรีเมียร์ลีกมันหยดขนาดไหนในฤดูกาล 2019-2020 มอยเซ่ คีน ดาวรุ่งนำเข้าจากอิตาลีของท็อฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตันเป็นผู้เล่นที่โชว์คลาสสุดหรูของเขาออกมาเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว กองหน้าผู้นี้ครบเครื่องทั้งความเฉียบคม ความเร็วและความแข็งแกร่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วยูเวนตุสต้นสังกัดเดิมของนักเตะไม่ต้องการขายเขาให้ทีมท็อฟฟี่เลยแต่ในสถานการณ์ของทีมที่มีทั้งคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กอนซาโล่ อิกวาอิน และมาริโอ มานซูคิชต้องบอกว่าเจ้าหนูหัวเก็งก็องหาที่ลงยากเหลือเกิน ทีมม้าลายจึงฝากฝังเอฟเวอร์ตันดูแลก่อนเผื่อฟอร์มเข้าที่ค่อยซื้อตัวกลับด้วยเงื่อนไขพิเศษอีกที นิโกลาส เปเป้ ทำเอาฮือฮาทั้งวงการเมื่ออาร์เซน่อลโผล่ขึ้นมาเป็นม้ามืดคว้าตัวนิโกลาส เปเป้จากลีลล์ไปครอง ทำเอาบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างอิจฉาไปตาม ๆ กันเพราะเปเป้เป็นปีกที่ฝีเท้าใกล้กับคำว่าระดับโลกอีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ซึ่งเมื่อปีกทักษะพระกาฬผู้นี้ผนึกกำลังกับปิแอร์ เอเมอร์ริค โอบาเมยองและอเล็กซองเดร ลากาแซ็ตต์ต้องบอกว่าเป็นลางหายนะของเกมรับทีมคู่แข่งเลยทีเดียว เซบาสเตียน อัลเลอร์ ทีมขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ดยอมลงทุนกว่า 45 ล้านปอนด์เพื่อกระชากกองหน้าร่างยักษ์ผู้นี้มาจากไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ตส์ตัดหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงให้เห็นว่าเขาคนนี้ต้องมีอะไรดีแน่ ๆ และเมื่อพลิกปูมดูโปรไฟล์ในฤดูกาลที่ผ่านมากองหน้าอนาคตทีมชาติฝรั่งเศสผู้นี้ลงสนามไป 41 เกม สังหารประตูไป 20 ลูกและส่งให้เพื่อนทำประตูอีก 12 ลูก…

Continue Reading

ความมืดที่ไม่เคยจางหายจากฟุตบอลโคลัมเบีย

โคลัมเบียประเทศใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้เป็นหนึ่งในชาติที่เคยถูกอิทธิพลมืดครอบงำนานหลายสิบปี ทั่วโลกรู้จักโคลัมเบียพร้อม ๆ กับชายที่ชื่อปาโบล เอสโกบาร์ ราชายาเสพย์ติดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่โคลัมเบียจะถูกขนานนามว่าแผ่นดินโคเคนมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากโลกจะรู้จักโคลัมเบียในฐานะชาติอันดำมืด ฟุตบอลทีมชาติโคลัมเบียก็เป็นอีกหนึ่งไอค่อนสำคัญของประเทศนี้ ทีมชาติโคลัมเบียเป็นทีมที่แข็งแกร่ง มีนักเตะฝีเท้าดีประดับวงการทั้งยังได้เข้าไปเล่นในรายการใหญ่ ๆ ของโลกอยู่เสมอ หลังจากปาโบล เอสโกบาร์เสียชีวิตในปี 1993 หมอกควันสีดำคละกลิ่นโคเคนไม่ได้จางหายตามไป ราวกับไฮดร้าที่ถูกตัดหนึ่งหัวกลับงอกออกมาอีกสองหัว อาชญากรน้อยใหญ่ในโคลัมเบียต่างพยายามขึ้นมาเป็นใหญ่เพื่อหวังจะนั่งบัลลังก์ราชายาเสพย์ติดที่ว่างอยู่ สถานการณ์ในโคลัมเบียจึงยิ่งโสมหนักกว่าเดิมทั้งยาเสพย์ติด อาชญากรรม การพนันและการค้ามนุษย์ระบาดไปทั่วทุกหัวระแหง แม้จะอยู่ในภาวะอกตรมแต่คนโคลัมเบียก็มีเรื่องให้หน้าชื่นตาบานบ้างในปีต่อมาเมื่อมหกรรมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหรือ World Cup USA1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มขึ้น ทีมชาติโคลัมเบียอยู่ในกรุ๊ป A ร่วมกลุ่มกับเจ้าภาพสหรัฐฯ โรมาเนีย และสวิตเซอร์แลนด์ แค่เพียงนัดแรกโคลัมเบียก็ส่อแววตกรอบเมื่อถูกโรมาเนียเชือดนิ่ม ๆ ไปด้วยสกอร์ 3-1 นัดที่สองพวกเขาเจองานหินสุด ๆ เมื่อต้องพบกับเจ้าภาพอย่างสหรัฐและผลก็เป็นไปตามคาดสหรัฐเอาชนะไปได้ 2-1 จังหวะสำคัญของเกมนี้คือการพลาดสกัดบอลเข้าประตูตัวเองของอันเดรส เอสโกบาร์กองหลังของทีมเป็นเหตุให้ทีมชาติโคลัมเบียตกรอบแรกแม้นัดสุดท้ายจะเอาชนะทีมชาติสวิตซ์ฯได้ 2-0 ก็ตาม ท้องฟ้าของโคลัมเบียกลับสู่ความอึมครึมหม่นหมองอีกคราและนั่นเป็นชนวนเหตุให้กีฬาที่อยู่ในด้านสว่างต้องมาบรรจบกับความมืดเข้าจนได้ ไม่นานหลังจากอันเดรส เอสโกบาร์กลับแผ่นดินเกิดเขาถูกลอบยิงในบาร์แห่งหนึ่งจนเสียชีวิต ภายหลังตำรวจจับมือปืนที่ลงมือลั่นไกได้ชื่อว่านาย ฮุมแบร์โต้ มูนอซ ชายผู้นี้สารภาพว่าเกิดความคั่งแค้นเมื่อเห็นเอสโกบาร์ทำเข้าประตูตัวเองเป็นเหตุให้ทีมชาติโคลัมเบียต้องกระเด็นตกรอบฟุตบอลโลก แน่นอนว่าทั่วทั้งโลกไม่มีใครเชื่อเช่นนั้น ทุกคนต่างเชื่อในสมมติฐานที่ว่าฮุมแบร์โต้รับใบสั่งมาจากกลุ่มอิทธิพลมืดอีกที ข้อสงสัยนี้มีเหตุให้เชื่อหลายแบบทั้งกลุ่มที่เสียผลประโยชน์จากการพนันและกลุ่มอิทธิพลเดิมของปาโบล เอสโกบาร์ซึ่งใคร ๆ ต่างก็ทราบดีว่ากลุ่มของราชายาเสพย์ติดเป็นกลุ่มที่คลั่งไคล้ฟุตบอลเอามาก ๆ แถมเม็ดเงินส่วนใหญ่จากการค้าโคเคนของปาโบลก็ลงไปพัฒนาฟุตบอลมากพอ ๆ…

Continue Reading

ประวัติศาสตร์ตกขอบของโลกฟุตบอลที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ฟุตบอลเป็นเกมการแข่งขันที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี เกมกีฬาอันดับหนึ่งของมวลมนุษยชาตินี้เราได้เห็นเบื้องหน้าอยู่ในสปอตไลท์เสมอ เรารู้ว่ากฏกติกาเป็นอย่างไร ใครลงสนาม ใครเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามอง บางคนอาจรู้ลึกรู้จริงแทบทุกแง่มุมของวงการฟุตบอลจนเรียกได้ว่าเป็นเซียนบอลพันธุ์แท้ แต่เรื่องราวลับ ๆ หรือเรื่องราวเบื้องหลังอันตกขอบประวัติศาสตร์ที่เรานำมาฝากกันนี้เชื่อเหลือเกินว่าหลายสิ่งหลายอย่างแม้แต่เซียนเองก็อาจไม่เคยรู้มาก่อนด้วยซ้ำ ประเทศกรีนแลนด์ไม่ได้เป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ FIFA เพราะในประเทศที่มีแต่หิมะและน้ำแข็ง ต้นหญ้าที่ใช้เป็นพื้นสนามฟุตบอลไม่สามารถเติบโตตามธรรมชาติได้ Manchester United หรือทีมปิศาจแดงเคยทาบทามสายลับชื่อกระฉ่อนโลกให้มาเป็นนักฟุตบอลในทีม สายลับที่ว่าก็คือเจมส์ บอนด์ 007 หรือคุณปู่ฌอน คอนเนอรี่ผู้รับบทสายลับ 007 คนแรกนั่นเอง ปี 1950 ทีมชาติอินเดียได้รับตั๋วเชิญให้ลงฟาดแข้งในมหกรรมฟุตบอลโลกแต่พวกเขาเซย์โนและสะบัดบ็อบใส่ทันทีหลังจากผู้จัดการแข่งขันไม่อนุญาตให้ลงเตะด้วยเท้าเปล่า มาติเยอ ฟลามินี่คือนักเตะที่ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมของอาร์เซน่อล เขามีสถิติลงสนาม 53 นัด แบ่งออกเป็นชนะ 37 นัด และเสมอไป 16 นัด ทีมชาติเกาหลีเหนือได้เข้าแข่งขันใน World Cup 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพแต่ไม่มีกองเชียร์ชาวเกาหลีเหนือแท้ ๆ ได้ตามไปชมเกมแม้แต่คนเดียวนอกจากบุคคลที่ทางการเกาหลีเหนือจัดสรรให้ไปซึ่งเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเองนอกจากนั้นคือกองเชียร์รับจ้างชาวจีนล้วน ๆ NAC Breda สโมสรบนลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์หรือเอเรดิวิซี่ลีกเป็นสโมสรที่มีชื่อเต็มยาวที่สุดในโลกอ่านว่า Nooit opgeven altijd doorgaan, Aangenaam door vermaak en nuttig door ontspanning,…

Continue Reading

Golden Goal ความทรงจำสีทองของโลกฟุตบอล

สีทองคือสีอันเป็นตัวแทนแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย ตั้งแต่โบราณกาลมาแทบทุกชาติพันธุ์ต่างยกให้สีที่มีความแวววาวนี้อยู่บนจุดสูงสุดเป็นราชันย์อยู่เหนือเฉดสีทั้งมวล ทองคำถูกนำไปใช้ในพิธีการเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถูกนำมาทำเป็นเครื่องใช้เครื่องประดับของบุคคลชั้นสูง นั่นเองเป็นเหตุให้นักกวีนิยมนำเอาทองคำไปเปรียบเทียบแทนคำที่สื่อความหมายในด้านความล้ำค่าอยู่เสมอ ในวงการฟุตบอลเองก็เคยมีการนำเอาทองคำไปเปรียบเทียบในหลาย ๆ แง่ เช่น รางวัลลูกบอลทองคำ รองเท้าทองคำ ไปจนถึงถ้วยรางวัลทองคำแท้ แต่การพูดถึงทองคำในวงการฟุตบอลหลาย ๆ คนกลับนึกไปถึงอีกหนึ่งสิ่งที่ตราตรึงใจแฟนบอลมาตลอด นั่นก็คือ Golden Goal หรือกฏประตูทองนั่นเอง กฎประตูทองนี้เคยมีชื่อเดิมว่า Sudden Death เคยถูกใช้ในวงการฟุตบอลอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เป็นวิธีการตัดสินผลการแข่งขันในฟุตบอลแบบทัวร์นาเม้นต์ รายละเอียดก็ไม่มีอะไรมาก แค่หากผลการแข่งขันในเวลา 90 นาทีทั้งสองทีมไม่สามารถเอาชนะกันได้จะมีการต่อเวลาออกไปอีกสองครึ่ง ครึ่งละ 15 นาที ระหว่างสามสิบนาทีนั้นหากมีทีมหนึ่งทีมใดสามารถทำประตูได้จะเป็นผู้ชนะไปเลยโดยไม่ต้องเล่นต่อในเวลาที่เหลือ อภิสิทธิ์ของประตูนี้ให้ความรู้สึกสูงค่าและนำมาซึ่งชื่อสุดคลาสสิคอย่าง Golden Goal แต่ถ้าหากครบ 90+30 หรือ 120 นาทีแล้วทั้งสองทีมยังทำประตูชี้ขาดผลการแข่งขันกันไม่ได้อีกก็จะต้องไปวัดกันที่การดวลลูกโทษ เริ่มแรกในการนำกฏประตูทองมาใช้หลายฝ่ายค่อนข้างเห็นด้วยและรู้สึกว่าเกมฟุตบอลตื่นเต้นเร้าใจสนุกสนานขึ้น ตรงกับความต้องการของฟีฟ่าที่อยากคั่นมินิเกมเข้าไปเพราะเห็นว่าหลังครบ 90 นาทีแล้วไปวัดกันด้วยการเตะจุดโทษเลยเป็นตอนจบที่ทุกฝ่ายรู้สึกค้างคาใจ ในขณะเดียวกันการให้ผู้เล่นลงไปฟาดแข้งครบ 120 นาทีเลยก็เกรงจะเป็นการบั่นทอนร่างกายของนักกีฬามากเกินไป ถึงจุดหนึ่งการมีประตู Golden Goal กลับกลายเป็นอะไรที่สร้างภาระให้กับนักกีฬามากกว่าที่ฟีฟ่าคิด นักกีฬาประสบทั้งภาวะความกดดัน โหมใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อการทำประตูแค่ลูกเดียวก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บ บ่อยครั้งที่นักกีฬาเป็นตะคริวต้องหยุดเกมเพื่อปฐมพยาบาลกัน ระหว่างนั้นก็มีการประท้วงของทีมที่เสียประโยชน์ว่ากฏนี้ไม่แฟร์เพราะหากได้เล่นต่อในเวลาที่เหลือผลการแข่งขันอาจจะออกมาอีกแบบก็เป็นได้ ซึ่งหลังจากนั้นฟีฟ่าจึงได้ทดลองใช้กฏที่เรียกว่า Silver Goal และ Bronzen…

Continue Reading