ฟุตบอล

พอล สโคลส์ ผู้เป็นสุดยอดกองกลาง ในสายตาเหล่าสุดยอดกองกลาง

ครั้งหนึ่งมีนักข่าวถามซีเนดีน ซีดานว่ารู้สึกยังไงกับการเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลก เขากลับตอบนักข่าวไปว่า “ผมไม่รู้หรอก คุณต้องไปถามพอล สโคลส์เอาเอง” เมื่อกล่าวถึง “พอล สโคลส์” มักจะได้ยินผู้คนกล่าวถึงในลักษณะคำชื่นชมเสมอ จนทำให้ใครหลายคนบอกว่าเขาถูกอวยเกินกว่าสิ่งที่เขาเป็น แต่สำหรับเหล่ายอดกองกลางระดับโลกร่วมยุคเดียวกันกับเขา ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเขาคือกองกลางที่ดีที่สุดที่เคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นซีดาน, ดาวิดส์, โรนัลดินโญ่ หรือแม้แต่คู่แข่งที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างยาวนานอย่างปาทริค วิเอร่าของไอ้ปืนโต โดยเฉพาะบรรดากองกลางเวิร์ลด์คลาสจากรั้ว ลามาเซียยิ่งแล้วไปใหญ่ เพราะถึงแม้ว่านักข่าวจะเอาเขาไปเปรียบว่าเป็น อันเดรส อิเนียสต้าแห่งเกาะอังกฤษ แต่ในทางกลับกันทั้งซาบี้, อิเนียสต้าหรือแม้กระทั่งลีโอเนล เมสซี่ ยังยกย่องว่าเขานี่แหละคือกองกลางที่นักเตะในลามาเซียใช้เป็นต้นแบบในการเล่น ไม่ว่าใครจะมองและมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับชายผู้นี้ สำหรับแฟนบอลปีศาจแดงแล้วเขาคือกองกลางผู้สร้างประวัติศาสตร์สโมสรในระดับที่สามารถเรียกว่าเป็นตำนานได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ซึ่งนอกจากฝีเท้าและผลงานในสนามแล้ว เขายังมีความจงรักภักดีต่อสโมสรเพียงแห่งเดียว คือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั่นเอง จุดเริ่มต้นของเด็กชายตัวเล็กที่ชื่อพอล สโคลส์ พอล สโคลส์ เข้ามาสู่ความเป็นปีศาจแดงด้วยการเข้าร่วมทดสอบฝีเท้าตั้งแต่อายุเพียงแค่ 13 ปี ซึ่งเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันยอมรับเองเลยว่า ครั้งแรกที่เห็นเด็กคนนั้นเขายังคิดเลยว่าเจ้าหนูสโคลส์ตัวเล็กเกินกว่าที่จะเล่นฟุตบอลได้ แต่ทันทีที่เขาได้ลงไปเล่นกับลูกบอลในสนามความคิดเหล่านั้นก็เปลี่ยนไป และชื่อของเด็กคนนั้นก็ได้ผ่านการทดสอบเข้าสู่ศุนย์ฝึกเยาวชนของทีม เขาใช้เวลาในศูนย์ฝึกเยาวชนของปีศาจแดงหกปีด้วยกัน ก่อนที่จะถูกผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในวัย 19 ปี พร้อมเพื่อนร่วมรุ่น “คลาส ออฟ 92” ที่โด่งดังของยูไนเต็ด และนับจากนั้นเป็นต้นมาเขาก็กลายเป็นหัวใจในผงมิดฟิลด์ผีแดง ในยุครุ่งเรืองของท่านเจ้าพระยาเฟอร์กูสันตลอดมา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบทบาทไหนที่ได้รับมอบหมายเขาก็ทำให้นายใหญ่พอใจได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นคู่มิดฟิลด์ตัวกลางกับกัปตันพันธุ์โหดอย่าง “รอย…

Continue Reading

ฟุตบอล

โธมัส ปาร์เตย์ ว่ากันว่า เขานี่แหละคือวิเอร่าคนต่อไป

ก่อนที่ตลาดนักเตะจะปิดลงไปไม่นานทางสโมสรไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อลได้ทำเรื่องบิ๊กเซอร์ไพรส์ให้เกิดขึ้นในวงการฟุตบอลอย่างมาก มากชนิดที่ว่ามันไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเซอร์ไพรส์แฟนบอลทั่วโลกเท่านั้น แม้แต่ตัวผู้จัดการทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด อย่างดีเอโก ซิเมโอเน่ เองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตกที่อยู่ ๆ เขาก็เสียกองกลางคนสำคัญของทีมไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เล่นเอากุนซือชาวอาร์เจนติน่าหัวร้อนเลยทีเดียว เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ว่าก็คือการที่อาร์เซน่อลแอบย่องเงียบไปจ่ายเงินค่าฉีกสัญญาของกองกลางชาวกาน่า อย่างโธมัส ปาร์เตย์แบบไม่มีการขอต่อรองราคาใด ๆ ให้เป็นข่าวเลยนั่นเอง ซึ่งค่าตัวของปาร์เตย์ที่ทางปืนโตยอมจ่ายนั้นก็สูงถึงราว 50 ล้านยูโรเลยทีเดียว และการที่บอร์ดจอมงกของอาร์เซน่อลยอมจ่ายเงินสูงขนาดนี้โดยไม่เกี่ยงงอนหรือต่อรองใด ๆ นั้นมันย่อมเป็นการการันตีได้ว่านักเตะคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โธมัส ปาร์เตย์นั้นเริ่มต้นชีวิตนักฟุตบอลบนแผ่นดินยุโรปในศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมตราหมีเลย หลังจากที่เขาบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศบ้านเกิดในวัย 19 ปี และเขาก็ฉายแววดีมาตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่กับทีมเพียงแต่ว่าการที่เขายังไม่สามารถก้าวขึ้นมาชุดใหญ่ได้นั้นเป็นเพราะว่า ในขณะนั้นทีมตราหมีมีกองกลางรุ่นพี่ฝีเท้าดีขวางอยู่เต็มไปหมด ทำให้เขาต้องหาประสบการณ์การลงสนามด้วยวิธีปล่อยให้มายอร์ก้าและอัลเมเรียยืมตัวไปใช้งานทีมละหนึ่งฤดูกาล ซึ่งผลงานในการเล่นกับทีมยืมตัวมันก็แสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอที่จะกลับมาเป็นทีมชุดใหญ่ของแอตเลติโก มาดริด หลังจากกลับมาอยู่กับต้นสังกัดเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามมากพอสมควร แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่สามารถหาตำแหน่งที่แน่นอนได้เสียที ถูกโยกไปเล่นตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้บ้างบนแผงมิดฟิลด์ จนกระทั่งทีมได้เสียโรดรี้กองกลางตัวรับคนสำคัญไปให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปี 2019 ที่ผ่านมา ทำให้เขาถูกขยับลงไปเล่นกลางรับแทนและทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญของทีมตราหมีในฤดูกาลที่ผ่านมา และฉายแววโดดเด่นจนเข้าตามิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลในที่สุด หลังจากที่เขาได้ลงสนามให้กับทีมใหม่ได้ไม่นานก็ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับคำชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะมีการยกเขาขึ้นไปเปรียบเทียบกับปาทริค วิเอร่า กัปตันทีมระดับตำนานของเดอะ กันเนอร์สเลยทีเดียว ซึ่งหากมองจากคุณสมบัติที่ตัวเขามีก็นับว่าน่าจะไม่ใช่การกล่าวชมเกินจริงนัก เริ่มจากการที่เขามีร่างกายที่แข่งแกร่งกับความสูงถึง 185 ทำให้เขาได้เปรียบคู่แข่งอย่างมากในเวลาที่ต้องเข้าปะทะ แถมยังมีการอ่านเกมและเข้าปะทะที่ฉลาดอีกด้วย และถึงแม้จะเป็นผู้เล่นตัวรับแต่การครองบอลและคุมเกมในแดนกลางของเขา รวมไปถึงการจ่ายบอลอย่างแม่นยำทั้งบอลสั้นและบอลยาวยังช่วยทีมให้ได้เปรียบในการเล่นเกมรุกอีกด้วย ตอนนี้โธมัส ปาร์เตย์นั้นมีอายุ 27 ปี…

Continue Reading

ฟุตบอล

อาการบาดเจ็บของเฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปัญหาใหญ่ในการป้องกันแชมป์ของหงส์แดง

ในโลกของฟุตบอลว่าด้วยเรื่องของการเป็นแชมป์แล้วเรามักจะได้ยินคำพูดสุดคลาสสิกอยู่สองอย่างคือ “การเป็นแชมป์ว่ายากแล้ว แต่การป้องกันแชมป์นั้นยากยิ่งกว่า” ส่วนอีกประโยคหนึ่งก็คือ “เกมรุกที่ดีจะทำให้คุณเป็นผู้ชนะ แต่เกมรับที่ดีจะทำให้คุณเป็นแชมป์” ดังนั้นเมื่อนำสองประโยคนี้มารวมกันมันจึงทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่หนักหนามากเพียงใดสำหรับภารกิจป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกของหงส์แดง ลิเวอร์พูล เมื่อเสียเสาหลักในเกมรับอย่างเฟอร์จิล ฟาน ไดค์ไป และที่สำคัญอาจจะเสียเขาไปตลอดฤดูกาลเลยก็ได้ แม้แต่เหล่านักพนันตัวยงยังหวั่นใจ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวแกร่งชาวดัตช์นั้นได้รับอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด หลังจากปะทะอย่างรุนแรงกับจอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูของเอฟเวอร์ตัน ในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์นัดล่าสุด ซึ่งผลการแข่งขันทั้งสองทีมเสมอกันไป 2-2 แบบที่นักพนันทั่วโลกต่างเจ็บใจที่สุด เพราะนอกจากจะเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่างฟาน ไดค์แล้ว พวกเขายังโดนวีเออาร์ปฏิเสธประตูชัยจากการที่แขนเสื้อของมาเน่ล้ำหน้าไปอีกด้วย หลังได้รับการตรวจอย่างละเอียดหลังเกม เป็นที่ยืนยันแล้วว่าอาการของฟาน ไดค์นั้นต้องทำการรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งผลที่จะตามมาก็คือเขาจะไม่สามารถลงสนามให้ลิเวอร์พูลราว 7 เดือนหรืออาจจะยาวไปถึงปิดฤดูกาลเลยทีเดียว และมันก็เสียหายมากกว่าเพียงแค่การถูกปฏิเสธประตูชัยของพวกเขาแน่ เพราะการไม่มีกองหลังอย่างเขาคอยคุมแนวรับนั้นมันมีผลทั้งในด้านรูปเกมของหงส์แดง รวมไปถึงเรื่องของสภาพจิตใจอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าการมีกองหลังที่เชื่อใจได้อย่างเขาอยู่มันทำให้แผงเกมรุกที่ดุดันของลูกทีมเจอร์เกน คล็อปป์สามารถบุกตะลุยไปข้างหน้าได้อย่างเต็มกำลังไม่ต้องคอยห่วงเกมรับนั่นเอง แต่หลังจากนี้มันจะอ่อนลงไปอย่างมากและทำให้พวกเขาต้องระวังเกมสวนกลับของคู่ต่อสู้มากขึ้นตามไปด้วยแน่นอน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ นั้นไม่ใช่กองหลังทั่ว ๆ ไปที่จะหาใครมาแทนเขาได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะเมื่อดูจากตัวเลขสถิติการดวลกับกองหน้าคู่แข่งของเขาที่ไม่ว่าจะเป็นลูกกลางอากาศอันเป็นจุดเด่นหรือการปะทะบนภาคพื้นดิน เขามีเปอร์เซ็นต์ชนะสูงเกือบ 75 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ดังนั้นการเสียเขาไปครั้งนี้มันย่อมสร้างช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้กับทีมของเจอร์เกน คล็อปป์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมช่วงเวลาการบาดเจ็บก็ดันเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่ตลาดนักเตะพึ่งจะปิดไปหมาด ๆ อีกด้วยทำให้จะหาตัวแทนเขาในเวลานี้เป็นเรื่องยากขึ้นไปอีก ยังไงแฟนหงส์แดงและเซียนพนันทั้งหลาย คงจะต้องหวังพึ่งแท็กติกของยอดกุนซืออย่างคล็อปป์ในการที่จะใช้ผู้เล่นคนอื่นประคองเกมรับในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ จนกว่าตลาดจะเปิดอีกครั้งหรือจนกว่าเฟอร์จิล ฟาน ไดค์…

Continue Reading

ฟุตบอล

ฟรานเชสโก้ ต็อตติ แม่ทัพผู้ภักดีแห่งกรุงโรม

ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของนักฟุตบอลคนหนึ่งคืออะไร ถ้าถามนักเตะหลายคน อาจจะมีหลายคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์รายการต่าง ๆ มากมาย รายได้ที่มหาศาล สิ่งเหล่านี้คงเป็นสิ่งที่นักเตะส่วนใหญ่คาดหวังจะได้พบ ในเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่สำหรับชายคนหนึ่ง ที่เขามีความสามารถมากพอที่สิ่งเหล่านั้นจะวิ่งเข้ามาหา แต่เขากับเลือกที่จะปฏิเสธมัน เพราะสิ่งที่เขาตั้งเป้าไว้เป็นความสำเร็จของตัวเอง ในเส้นทางการค้าแข้งของเขาก็คือ การได้เล่นให้กับทีมที่เขารักเพียงทีมเดียวตลอด 25 ปี มันจึงไม่แปลกเลยเมื่อเห็นหน้าเขา จะทำให้เรานึกถึงโรม่า และเมื่อเราได้ยินชื่อทีมโรม่า เราก็จะคิดถึงชื่อเขาฟรานเชสโก้ ต็อตติ ด้วยเช่นกัน ฟรานเชสโก้ ต็อตติเป็นชาวโรมันโดยกำเนิด เขาเกิดและโตในย่านปอร์ตาเมโตรเนีย ในกรุงโรม และแน่นอนทีมที่เขาและครอบครัวเชียร์ก็คือโรม่า นั่นเอง เรียกได้ว่าตั้งแต่จำความได้และได้รู้จักกับฟุตบอล ทีมเดียวที่เขาให้ความสนใจก็คือโรม่า เขาชื่นชอบและหลงใหลในกีฬาฟุตบอลและเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 4 ขวบ โดยไอดอลของเขาในสมัยนั้นก็คือ จูเซปเป้ จิอันนินีชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชายหมาป่าแห่งกรุงโรม เช่นเดียวกับที่เขาถูกยกย่องให้เป็นแบบนั้นเช่นกันในภายหลัง  ต็อตติคือผู้เล่นที่มีความสามารถในทางลูกหนังสูงที่สุดคนหนึ่ง ในยุคสมัยที่เขาเล่นอยู่ ทั้งเทคนิคที่แพรวพราว การเปิดบอลที่แม่นยำ การจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมทั้งยังสามารถเล่นลูกตั้งเตะได้ดีอีกด้วย ด้วยความสามารถที่เขามี มันไม่ใช่เรื่องยากเลยหากเขาอยากจะประสบความสำเร็จในฐานะนักฟุตบอล สโมสรใหญ่ต่าง ๆ ทั้งในและนอกประเทศต่างอยากได้เขาไปร่วมทีม อย่างเรอัล มาดริด ที่ยื่นข้อเสนอมูลค่าสูงลิบ พร้อมโอกาสที่จะคว้าแชมป์มากมายรออยู่ แต่เขาก็เลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้น เพื่อที่จะเล่นให้ทีมรัก แม้ว่าโรม่า จะไม่ได้มีศักยภาพพาเขาไปอยู่ในตำแหน่งแชมป์ได้อย่างต่อเนื่องก็ตาม โดยตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่เขาเล่นให้โรม่า…

Continue Reading

ฟุตบอล

โรงละครแห่งความฝัน(ดี) ของโอเดียน อิกาโล่

หลังการตกลงสัญญาย้ายร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดด้วยสัญญายืมตัว เขาได้บอกผู้คนว่าที่นี่คือทีมในฝัน ที่เขานั่งดูผ่านหน้าจอถ่ายทอดสดเสมอที่ไนจีเรียบ้านเกิด ทีมฟุตบอลทีมนี้คือแรงบันดาลใจให้เขาในเส้นทางสายลูกหนัง ดังนั้นแม้จะเป็นแค่สัญญายืมตัว ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่มันคือการเซ็นสัญญาในฝันของเขาเลยทีเดียว และหลังจากผ่านเวลามาเพียงแค่ไม่นาน ก็ดูเหมือนว่าความฝันของเขาครั้งนี้จะเป็นฝันดีมากกว่าฝันร้ายซะด้วย นับตั้งแต่ย้ายมาจากไชนีส ซูเปอร์ ลีกของจีน หวนกลับคืนสู่เวทีพรีเมียร์ ลีก อังกฤษอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเคยค้าแข้งอยู่กับทีมแตนอาละวาด วัตฟอร์ดครั้งหนึ่งแล้ว มันจึงดูเหมือนว่าอิกาโล่ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกับทีมปีศาจแดงมากนัก ถึงแม้ว่าจะต้องเริ่มต้นด้วยการรอคอยโอกาสอยู่ข้างสนามก่อน แต่เมื่อเขาได้รับโอกาสอย่างต่อเนื่องเขาก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ที่คอยเชียร์ผิดหวัง นับจากวันที่ย้ายมาสู่โรงละครแห่งความฝันของเขา เขาได้โอกาสลงสนามไปแล้ว 8 นัดด้วยกัน และสามารถทำประตูได้ถึง 4 ประตู เขาใช้ความสามารถสร้างผลงานในสนามจนกลบเสียงวิจารณ์ของผู้คนรอบด้าน รวมถึงล้างข้อกังขาของเหล่าเซียนพนันที่ออกมาตั้งข้อสงสัยในการดึงตัวเขาเข้ามาเสริมทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่งในตอนนั้นหลายเสียงวิจารณ์ดีลนี้กันอย่างมาก ว่าแมนยูล้มเหลวในการซื้อตัวกองหน้าดาวดัง เลยมาเลือกอิกาโล่บ้างล่ะ ฝีเท้าเขาไม่ได้อยู่ในระดับสูงพอจะฝากความหวังได้บ้างล่ะ แต่วันนี้เขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เสียงวิจารณ์เหล่านั้นแหละผิด ผิดที่ตัดสินเข้าเร็วเกินไป ผิดที่ตัดสินเขาก่อนที่จะได้เห็นการเล่นที่แท้จริงของเขา จนวันนี้กระแสข่าวเกี่ยวกับเขามันได้เปลี่ยนไป เป็นเรื่องของการดึงตัวเขาร่วมทีมถาวร หลังสัญญายืมตัวสิ้นสุดลง นั่นเท่ากับว่าเขาสอบผ่านบททดสอบแรกได้แล้ว การดึงตัวโอเดียน อิกาโล่มาร่วมทีมถาวรนั้นมีโอกาสจะเกิดขึ้นได้สูงทีเดียว เพราะทางเซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัวได้ตั้งค่าตัวของเขาไว้ราว ๆ 15 ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้สูงมากสำหรับค่าตัวนักเตะในยุคปัจจุบัน ถึงแม้ว่าอายุของเขากำลังจะเข้าสู่วัย 31 ปีในอีกไม่กี่เดือน และตัวนักเตะเองก็พร้อมจะหั่นค่าเหนื่อยครึ่งหนึ่งเพื่อโอกาสในการย้ายสู่ทีมในฝันอีกด้วย…

Continue Reading

ฟุตบอล

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ว่าที่กัปตันชุดประวัติศาสตร์ของหงส์แดง

สำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษฤดูกาล 2019-2020 นี้ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องไวรัส โควิด-19 เล่นงานจนต้องหยุดพักไป และยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรต่อ มีทั้งกระแสให้จบไปเลยโดยให้โดยยกถ้วยให้กับทีมที่นำจ่าฝูงอยู่ อย่างลิเวอร์พูลไปเลย หรือกลับมาแข่งต่อหลักเรื่องราวไวรัสคลี่คลายไปได้ แต่ไม่ว่าจะทางไหน ตำแหน่งแชมป์ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนมืออย่างแน่นอน เพราะลิเวอร์พูลต้องการอีกเพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้นจากโปรแกรม 10 นัดที่เหลือ นั่นเท่ากับว่าช่วงเวลาอันยาวนานแห่งการรอคอยแชมป์ลีกของพลพรรคหงส์แดงกำลังจะสิ้นสุดลง และชายผู้ที่จะนำทีมขึ้นรับถ้วยประวัติศาสตร์ใบนี้ คือกัปตันเฮนโด้ จอร์แดน เฮนเดอร์สันนั่นเอง แต่กว่าที่เขาจะมายืนในจุดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จอร์แดน เฮนเดอร์สันเริ่มต้นเส้นทางการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขา ในอคาเดมี่ของทีมซันเดอร์แลนด์ ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2011 ด้วยค่าตัวสูงถึง 20 ล้านปอนด์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่ามันเป็นจำนวนเงินที่มากเกินไป สำหรับฝีเท้าอย่างเขา และการเข้ามาเป็นเพียงแค่อะไหล่ของกัปตันทีมในช่วงนั้นอย่างสตีเว่น เจอร์ราร์ด และสไตล์การเล่นของเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีการจ่ายบอลที่แม่นยำ ไม่มีลูกคิลเลอร์พาส หรือการยิงไกลได้เป็นกอบเป็นกำแบบที่เจอร์ราร์ดมี ทำให้เสียงดูถูกดูแคลนในตัวเขายิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกัปตันสตีวี่ถึงเวลาต้องอำลาทีมไป แล้วเขาต้องรับช่วงต่อปลอกแขนจากเจอร์ราร์ด ความกดดันและเสียงวิจารณ์ในตัวเขายิ่งมากขึ้นไปอีก แต่สิ่งที่เขาทำไม่ใช่การยอมแพ้ต่อสิ่งเหล่านั้น ไม่ใช่การออกมาแสดงความน้อยใจ ไม่ใช่การออกมาทะเลาะกับผู้คนที่วิจารณ์เขาให้แฟน ๆ เกลียด แต่สิ่งที่เขาทำคือการก้มหน้าก้มตาฝึกซ้อม พัฒนาตัวเอง และใส่ความทุ่มเทเต็มร้อยทุกครั้งที่ได้ลงสนาม จนตอนนี้ทุกคนต่างยอมรับในตัวเขา รวมทั้งในทีมชุดปัจจุบัน เกมอันดุดันของลิเวอร์พูลก็ขาดเขาไปไม่ได้แล้วเช่นกัน ลิเวอร์พูลรอถ้วยแชมป์ลีกภายในประเทศ ถ้านับรวมฤดูกาลนี้แล้วก็…

Continue Reading

ฟุตบอล

เอล ฟีโนมีโน่ โรนัลโด้ กองหน้าที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

ถ้าคุณเห็นภาพของเขาในปัจจุบัน คุณจะเห็นโรนัลโด้ในสภาพของชายที่อ้วนกลมคนหนึ่งเท่านั้น จะไม่สามารถคิดไปถึงลีลาในสนามหญ้าของเขา ที่เคยโลดแล่นอย่างพลิ้วไหว ผ่านผู้เล่นฝั่งตรงข้ามคนแล้วคนเล่าและส่งลูกบอลไปกองกลับก้นตาข่าย ความสามารถของเขาอยู่ในระดับที่ทุกคนยอมรับว่าดีที่สุดในโลก ไม่มีใครสามารถทำได้อย่างเขาอีกแล้ว จนเขาได้ฉายาว่า เอล ฟีโนมีโน่ หรือชายผู้เป็นปรากฏการณ์ที่นาน ๆ เค้าจะส่งลงมาเกิดบนโลกซักคนหนึ่ง โรนัลโด้ หลุยส์ นาซาริโอ เดอ ลิม่า คือชื่อที่ของเขา ชื่อของชายที่แฟนบอลฝั่งตรงข้ามยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ดูการเล่นของเขา ถึงแม้ว่าจะกลัวทีมของตัวเองพ่ายแพ้ก็ตาม เทคนิคของเขาแพรวพราว ดูลื่นไหลเพลินตาที่สุด การสับขาหลอกที่ยากจะคาดเดา จบสกอร์ได้ดีทุกรูปแบบและทำได้อย่างคมกริบทั้งสองเท้า อีกทั้งเขายังสามารถหาจังหวะจบสกอร์ได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย เพียงเสี้ยววินาทีที่เขาเห็นช่องว่างที่กองหลังปล่อยให้ เขาสามารถลงโทษความผิดพลาดนั้นทันที ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องเป็นเรื่องปวดหัวของกองหลังทุกคนบนโลก ในการไล่ประกบเขา แม้จะเป็นตำนานกองหลังที่เคยไปถึงแชมป์โลกมาแล้วอย่าง คันนาวาโร่ มัลดินี่ และเนสต้าของอิตาลี หรือกองหลังชุดแชมป์โลกของฝรั่งเศสอย่างเดอไซล์ยี่และตูราม ที่ต่างเข็ดขยาดกับการสับขาหลอกของโรนัลโด้ แต่พวกเขามักจะพูดถึงโรนัลโด้ ในลักษณะชื่นชมในความมหัศจรรย์ ของเขาถึงแม้จะโดนเขาฉีกกระชากเป็นริ้ว ๆ ก็ไม่มีใครกล่าวถึงเขาด้วยความเกลียดชังเลย รางวัลการันตีความสามารถบนโลกลูกหนังของเขามีมากมายหลายใบ เขาผ่านการเล่นกับหลายสโมสรทั้งครูไซโร่ในลีกบ้านเกิด พีเอสวี ไอน์โฮเฟน ในฮอลแลนด์ บาร์เซโลน่า และมาดริดในสเปน และอินเตอร์ มิลานกับเอซี มิลาน ในอิตาลี เขามีถ้วยรางวัลกับทุกประเทศที่เขาไปอยู่ด้วย ลงสนามทั้งหมดกับทุกทีม 518 นัด กดไป 352 ประตู ส่วนกับทีมชาติโรนัลโด้…

Continue Reading

ฟุตบอล

เฟร็ด เมดอินบราซิล ไม่ใช่เซินเจิ้น

เขาเกิดและเติบโตมาบนแผ่นดิน ที่ได้รับการยกย่องว่าคือดินแดนแห่งฟุตบอล อย่างประเทศบราซิล ผ่านการสัมผัสแชมป์ในลีกในประเทศ กับทีมในบ้านเกิดอย่างอินเตอร์นาซิยงนาล ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนย้ายมาเล่นในยุโรป ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และเขาก็สามารถสอบผ่านมาตรฐานฟุตบอลกับสโมสรใหม่ของเขาได้อย่างง่ายดาย ยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้ ลงเล่นไปถึง 155 นัด พาทีมกวาดแชมป์ลีกมาถึง 3 ใบ ฟุตบอลถ้วยในประเทศอีก 3 ใบ และยูเครนซูเปอร์คัพ อีก 4 ใบ และสิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของการย้ายมาเล่นในลีกใหญ่อย่างพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เป็นที่มาของการย้ายสู่ทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันเป็นที่มาของค่าตัวมหาศาลถึง 52 ล้านปอนด์ของเจ้าตัว เฟร็ด ย้ายจากยูเครนเข้ามาอยู่กับทัพผีแดงในปี 2018 ในยุคที่อยู่ในการทำทีมของโชเช่ มูรินโญ่ ซึ่งภายหลังมูรินโญ่ก็ได้ออกมาเผยว่าเขาไม่ได้ต้องการดึงเฟร็ดมาร่วมทีม แต่เป็นทางเอ็ด วูดเวิร์ดจัดมาให้เองต่างหาก นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลว่าทำไมฟอร์มของเขาจึงออกมาแย่แบบนั้นในช่วงที่ย้ายมาแรก ๆ ด้วยค่าตัวระดับ 52 ล้านปอนด์ แฟน ๆ ต่างคาดหวังในตัวเขาอย่างมากที่จะเข้ามายกระดับมาตรฐานให้กับแผงกองกลางของทีม แต่มันกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง เพราะเฟร็ดที่กำลังต้องการเวลาในการปรับตัวเข้ากับทีมใหม่ ลีกใหม่ซึ่งมีมาตรฐานการเล่นสูงกว่าที่ที่เขาจากมา ไม่สามารถตอบโจทย์ที่แฟนบอลต้องการได้ทันที ทำให้ช่วงนั้นเขาโชว์ฟอร์มไม่ออกเลย เลี้ยงก็ไม่ได้ ตัดบอลไม่ได้ จ่ายบอลก็ไม่ได้ ทำให้เกิดกระแสในด้านลบต่อตัวเขามาก ว่าแมนยูซื้อกองกลางคนนี้ด้วยค่าตัวที่แพงเกินจริง หรือเขาไม่เหมาะที่จะซื้อมาร่วมทีมเลยด้วยซ้ำ ถึงกับมีการดูถูกว่าเขาไม่ใช่กองกลางบราซิลของแท้…

Continue Reading

ฟุตบอล

วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวรุ่งพรสวรรค์สูง กับความหวังอันยิ่งใหญ่

การจากไปของดาวเตะจอมถล่มประตูอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ แน่นอนว่ามันย่อมจะทิ้งช่องว่างขนาดมหึมาไว้เบื้องหลัง เพราะการจะหาใครซักคนหนึ่งที่จะเข้ามาแทนที่ซูเปอร์สตาร์ระดับเขามันไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน ท่ามกลางความคาดหวัง แฟน ๆ ทุกคนต่างตั้งตารอการเปิดตัวผู้เล่นคนใหม่ คนที่จะเข้ามาทดแทนการจากไปของโรนัลโด้ ทุกคนต่างคาดหวังว่าจะเห็นการเซ็นสัญญาซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพง ฝีเท้าและชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกซักคนหนึ่ง แต่ทว่าสโมสรราชันชุดขาวกลับทำการเปิดตัวผู้เล่นดาวรุ่งจากบราซิลคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่น้อยเลยทีเดียว วินิซิอุส โฮเซ่ ไพเซา เดอ โอลิเวียร่า จูเนียร์ หรือ “วินิซิอุส จูเนียร์” คือชื่อของดาวรุ่งชาวบราซิลคนนั้น ทีมราชันชุดขาวกระชากตัวเขามาจากทีมฟลาเมงโก้ในฟุตบอลลีกบราซิล ในขณะที่เจ้าหนูคนนี้มีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แถมค่าตัวของเด็กคนนี้สูงถึง 45 ล้านยูโร หรือราว 1,700 ล้านบาทเลยทีเดียว แถมประเคนค่าเหนื่อยให้ถึง 7.75 ล้านยูโรต่อปีอีกต่างหาก แสดงว่าเจ้าหนูคนนี้ย่อมจะไม่ธรรมดา ทีมอย่างราชันชุดขาวจึงได้ทำการทุ่มสุดตัวขนาดนี้ เพื่อปาดหน้าทีมอื่น ๆ ที่จ้องเด็กคนนี้ตาเป็นมันเช่นกัน โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่างบาร์เซโลน่าเอง ก็หวังจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมเช่นกัน วินิซิอุส จูเนียร์ เล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และกองหน้าตัวริมเส้น เข้าแจ้งเกิดในลีกบราซิลตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม 17 ปีเลยด้วยซ้ำ ด้วยวัยละอ่อนขนาดนั้นเขายึดตำแหน่งในทีมฟลาเมงโก้ได้ ลงสนามไปถึง 69 นัด ยิงไป 14 ประตู…

Continue Reading

ฟุตบอล

ผิวของผมเป็นสีแดง-ดำ อิล กาปีตาโน่ เปาโล มัลดินี

ตลอดชีวิตนักฟุตบอลของชายผู้นี้ มันมีไว้เพื่อสลัดคราบจากลูกชายตำนานสู่ความเป็นตำนาน มันมีไว้เพื่อฟุตบอลที่เขารัก แฟนบอลที่เขารัก ประเทศที่เขารัก และสโมสรแห่งเดียวในดวงใจที่เขารัก คือปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน เขาใช้เวลาอยู่กับสโมสรแห่งนี้แห่งเดียวตลอดชีวิตนักฟุตบอลของเขา ลงเล่นให้เพียงทีมเดียวตลอด 25 ปี และหากนับตั้งแต่เขาก้าวเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมแล้ว มันเป็นเวลายาวนานถึง 31 ปีเลยที่เดียว จนเจ้าตัวเองได้กล่าวว่า สีเสื้อแดง-ดำ ของเอซี มิลาน คือส่วนหนึ่งของสีผิวของเขาไปแล้ว และเขาคือตำนานที่ยากจะหาใครยิ่งใหญ่เท่านี้อีกแล้ว เขาคือท่านผู้นำแห่งสโมสรปีศาจแดง-ดำ เอซีมีลาน อิล กาปีตาโน่ เปาโล มัลดินี เปาโล มัลดินีเริ่มต้นอาชีพฟุตบอลในศูนย์ฝึกเยาวชนของเอซี มิลาน ก่อนจะได้รับโอกาสการลงสนามครั้งแรกให้กับทีม ในวัยเพียง 16 ปี เท่านั้น เมื่อปี 1984 เขาดีใจอย่างมาก และมั่นใจว่าตัวเองทำผลงานได้ดีมากในเกมนั้น และในวันต่อมาทัพนักข่าวมาดักรอสัมภาษณ์เขา แต่เขากลับพบแต่เพียงคำถามประเภทที่ว่า รู้สึกยังไงกับการเป็นลูกชายของผู้เล่นระดับตำนาน ด้วยความที่พ่อเขาคือผู้เล่นระดับตำนานของสโมสร เซซาเร่ มัลดินี คือผู้เล่นที่คว้าสคูเดตโต้กับมิลานได้ถึง 3 สมัย และการเกิดมาเป็นลูกของตำนานมันมีทั้งด้านดีและไม่ดี เพราะถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว แต่ก็อยู่ภายใต้ร่มเงาของผู้เป็นพ่อนั่นเอง แต่นั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้เขามุ่งมั่นที่จะสร้างตำนานบทใหม่ของตัวเอง ให้ยิ่งใหญ่ให้ได้เหมือนที่พ่อของเขาเคยทำ แต่จะมีใครเชื่อว่าเขาทำได้ดีกว่านั้นซะอีกในเวลาต่อมา เปาโล มัลดินี เริ่มยึดตำแหน่งตัวหลักในแผงหลังให้กับปีศาจแดงดำตั้งแต่อายุเพียง 17…

Continue Reading